ข่าวลึกปมลับ : เปิดปมขัดแย้งกันเอง ระเบิด รพ.พระมงกุฎ

รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันอังคารที่ 30 พฤษภาคม 2560 ตอน เปิดปมขัดแย้งกันเอง ระเบิด รพ.พระมงกุฎ
เหตุระเบิดระทึกขวัญเขย่าความมั่นคงประเทศ ในวันครบรอบ 3 ปี ยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 22 พ.ค. ที่บริเวณหน้าห้อง “วงษ์สุวรรณ” ในโรงพยาบาลพระมุงกุฎเกล้า บาดเจ็บไป 25 ราย คนทุกกลุ่มรุมประณามคนก่อเหตุสุดเลวระยำ ที่เลือกเป้าหมายโรงพยาบาลเป็นที่ก่อวินาศกรรม

ปฏิบัติการวางระเบิดครั้งนี้ ถือเป็นการล้วงคองูเห่าเพราะเข้าไปทำถึงโรงพยาบาลทหาร และเหยียบจมูก“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เบอร์ 1 ด้านความมั่นคงของประเทศยามนี้

ความคืบหน้าของการล่าตัวคนร้ายผ่านไปหลายวัน ยังจับมือใครดมไม่ได้ หลักฐานจากที่เกิดเหตุเช่นภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ทั่วก็ไม่มีอะไรชัดเจน เรื่องกล้องวงจรปิดคนทั้งประเทศอยากจะถามมานานแล้วถ้ามีแล้วใช้ไม่ได้จะมีไปทำอะไร สู้เอางบไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ดีกว่ามั้ย?

เมื่อยังจับมือใครดมไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีดมกลิ่น หว่านแห ตามรอยเก่าๆไปเรื่อย มีทั้งยกชื่อ อดีตนายพลทหารเก่า ว่าอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด แต่สุดท้ายคนที่ถูกยกตัวย่อออกมา ก็ดาหน้าเรียงตัวออกมาปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เกี่ยว และดูจากพยานหลักฐานตอนนี้ก็ไปไม่ถึง

แต่ที่ขย่มแรง เพราะเป็นยาสามัญประจำบ้านชั้นดีเมื่อมีเหตุป่วนเมือง หนีไม่พ้น “โกตี๋” นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ ทั้งที่ตอนนี้หนีหัวซุกหัวซุนอยู่ประเทศลาวก็ยังไม่วายถูกโยงให้มีส่วนเกี่ยวข้อง

งานนี้เจ้าตัวปฏิเสธแรงว่าไม่มีศักยภาพเพียงพอ คนเสื้อแดงวันนี้จะหายใจสะดวกยังลำบาก อย่าว่าแต่ระเบิดเลย ไม้จิ้มฟันก็ถูกจับแล้ว ถ้าทำได้คงไม่ระเบิดโรงพยาบาล แต่จะระเบิดทำเนียบรัฐบาลหรือบ้านของคนในรัฐบาลแทน โต้กลับมาแบบเผ็ดร้อน

ไม่เข้าใจว่า วันนี้ คสช.จะให้น้ำหนักอะไรโกตี๋นักหนา ถ้ามีข้อมูลเชื่อมโยงจริงว่าเป็นคนที่มีศักยภาพเพียงพอก็ควรเอาหลักฐานอะไรออกมาให้สังคมได้เห็นบ้าง อย่าเพียงแต่พูดลอยๆ ไม่เช่นนั้น คนที่ติดตามข่าวสารจะพานกันนึกว่า มีเหตุอะไรแล้วไม่มีปัญญาหาคนผิดมาลงโทษนึกอะไรไม่ออกก็โยนบาปให้ไอ้เสื้อแดงฮาร์ดคอร์พวกนี้เอาไว้ก่อน

ล่าสุดได้ยินว่าชุดสืบสวน ได้รื้อแฟ้มคดีระเบิดที่เกี่ยวข้องกับการเมืองช่วงที่ผ่านมา ไล่เรียงตั้งแต่ คดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ที่บางบัวทอง เมื่อปี 53 คดีระเบิดที่มีนบุรี เมื่อปี 57 และการวางระเบิดทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสหน้าห้างสยามพารากอน เพื่อนำหลักฐานข้อมูลผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับและที่ยังจับกุมไม่ได้ รวมทั้งเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดครั้งนี้หรือไม่ ดูแนวทางแล้วก็เหมือนขุดคุ้ย คลำเป้าสะเปะสะปะยังไงไม่รู้

สรุปที่ว่ามาทั้งหมดทั้งมวล ก็ชัดแจ้งว่าการสืบสวนมุ่งไปที่ประเด็นทางการเมืองเสียส่วนใหญ่

ส่วนพยานหลักฐานที่เปิดเผยต่อสาธารณะและเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด ก็มีเพียงจดหมายแจ้งเตือนก่อนเกิดเหตุระเบิดล่วงหน้า3วัน จดหมายมีทั้งหมดสามฉบับ เขียนด้วยลายมือเป็นภาษาไทย แต่มีสองบรรทัดท้ายจดหมายเป็นภาษาอาหรับ

ข้อความอ้างการก่อวินาศกรรมรพ. พระมงกุฎเป็นฝีมือกลุ่มก่อการร้ายชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่ากลุ่มBRN จะมาลงมือวางระเบิดในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง แล้วเหตุก็เกิดจริงตามจดหมายลึกลับแจ้งมา

ประเด็นนี้น่าคิด เพราะกลุ่มบีอาร์เอ็น เป็นคู่กรณีกับทางการไทย เพิ่งจะทำคาร์บอมบ์ที่ห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานีมายังไม่ถึงเดือน และถือทางการทหารตอบโต้จับคนร้ายได้ส่วนหนึ่ง และทหารโดยพลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ. ทบ. ประกาศจะใช้นโยบายที่แข็งกร้าวกับกลุ่มนี้ ผลจากการโต้กลับอาจจะทำให้บีอาร์เอ็นลุยถล่มหนักขึ้นก็เป็นได้

แต่ก็มีคนไม่เชื่อจะเป็นฝีมือกลุ่มบีอาร์เอ็น เพราะประการแรกคือกลุ่มนี้ไม่มีศักยภาพพอที่จะออกมาปฏิบัติการก่อเหตุนอกพื้นที่ และประการที่สอง ตามหลักการกลุ่มก่อการร้ายชายแดนใต้จะไม่บอกเตือนล่วงหน้าจะทำการก่อการร้าย และหลังจากเสร็จภารกิจก็จะไม่ออกมาประกาศว่าเป็นผลงานของกลุ่มตนเอง เป็นหลักการของทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะบีอาร์เอ็น แต่เป็นทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นRKKหรือกลุ่มอื่นๆเสร็จงานก็จะเงียบไป ส่วนขบวนการIS ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ถ้าไอเอสทำไม่เบาแบบนี้แน่

จดหมายทั้งสามฉบับจึงสันนิษฐานได้ว่า ไม่ใช่บีอาร์เอ็นส่งมา หากแต่เป็นกลุ่มคนร้ายตัวจริงที่โยนผิดให้บีอาร์เอ็น ขบวนการบึ้มตัวจริงส่งมาเพื่อท้าทายอำนาจรัฐบาลคสช. โดยตรง

นอกจากนี้ยังมีข้อสันนิษฐานมากมายหลายประเด็น มีข้อหนึ่งที่เก็บตกจากข่าววงใน ลือกันว่าเหตุครั้งนี้จะเป็นฝีมือคนในกันเองหรือป่าว เพราะเรื่องภายในองค์กรก็ไม่ได้เรียบร้อยเสียทีเดียว มีความต้องการแย่งชิงความเป็นใหญ่กันอยู่เหมือนกัน

เงินตราและอำนาจเป็นเหตุปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดอาชญากรรมเสมอ แม้ตอนนี้ยังดมมือใครไม่ได้ ก็น่าจะสืบสาวให้รอบด้าน บางทีอาจได้คำตอบว่าคนอำมหิตผิดมนุษย์มนาเป็นใคร?

ขอขอบคุณ มติชนออนไลน์